料理室 ห้องอาหาร
อาหารญี่ป่นอร่อยๆทั้งนั้น เรียนอาหารประเภทต่างๆไว้จะได้สั่งกินให้อร่อย ใครหิวเชิญเลย
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ และเด็กวัดทุกคน

 

            วันนี้ อาจารย์อยากจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับความรู้อาหารญี่ปุ่น ซึ่งมีหลายๆคำที่ไม่มีในภาษาไทย หรือไม่มีวิธีการทำอาหารแบบที่คนญี่ปุ่นทำกัน ถือว่าเป็นเกร็ดความรู้ เวลาที่กินอาหารญี่ปุ่นจะได้จำไปด้วยนะคะ ง่ายๆ สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเรียน และคนที่เีรียนมาแล้ว แต่ไม่รู้ก็มีเยอะ

 

 

 

 

Zensai 前菜(ぜんさい)

 

     อาหารเรียกน้ำย่อย หรือ ออร์เดริ์ฟที่ญี่ปุ่นเวลาไปกินตามร้านอาหารจะมีอาหารเรียกน้ำย่อยมาให้เป็นกับแกล้ม ในขณะที่รอ กินรองท้องไปก่อน เรียกน้ำย่อยดี ไม่งั้น กว่าจะมาอาจจะไม่มีแรงกินก็ได้

 

 

 

Yaki mono 焼物(やきもの)

 

 

            อาหารประเภทปิ้ง ย่าง ไม่ค่อยจะเหมือนบ้่านเรา เพราะปลาญี่ปุ่นจะใช้วิธีย่าง เลยแยกไม่ค่อยออก เช่น ไก่ย่างเทะริยะคิ ปลาย่างซะบะ และปลาย่างแซมมอน

 

 

 

Nimono 煮物(にもの)

 

           อาหารประเภทต้ม ถือว่าเป็นอาหารดั้งเดิม อาหารที่คนญี่ปุ่นชอบทำมาก และกินกันบ่อย แต่จะหากินได้ตามร้านเหล้า เพราะเป็นเสมือนอาหารเสน่ห์ปลายจวักคุณแม่ เพราะทำเป็นหม้อ ใส่ผัก ใส่เนื้อหมู เนื้อไก่ เป็นอาหารสุขภาพที่คนญี่ปุ่นสมัยก่อนกินกันมาก เพราะสมัยนั้นไม่กินเนื้อเหมือนปัจจุบัน

          บางคนเรียกอาหารนี้ว่า อาหารคนมีอายุ แต่อร่อย เพราะมีธาตุอาหารครบ มีผักเยอะ ทำบ่อย และง่าย แต่ต้องทำเป็นไม่งั้น กลายเป็นต้มจับฉ่ายมั่้ว ดูง่าย แต่ทำให้อร่อยค่อนข้างยาก

           อาหารจานโปรดของอาจารย์คือ ดะอิคง แล้วทำซ็อสมิโซะราดบนดะอิคง หรือ หัวผักกาดขาวแต่ต้องสดๆ ใหญ่ๆจะทำอาหารต้มอร่อย ชอบมาก แหม หิวเลย คืนนี้ ต้องทำใหม่อีก

 

 

 

 

 

Agemono 揚げ物(あげもの)

        

         อาหารประเภททอด คนญี่ปุ่นกินเยอะ เพราะมีทั้ง ทงคะทซึ กุ้งทอด และยังมีเทมปุระ ของทอดๆเยอะ ทานมากไม่ดี ต้องลดปริมาณความถี่ของการกิน 

 

 

 

 

 

Aemono 和え物(あえもの)

          อาหารประเภทคลุกเคล้า คงจะคล้ายยำบ้านเรา ชอบมาก อาหารประเภทที่ว่านี้ อร่อย และร้านที่ทำอร่อยจริงๆก็มีน้อย เพราะต้องให้รสชาืติที่ออกมากลมกล่อม ไม่จัดจ้าน ไม่เหมือนบ้านเราต้องรสจัดๆ เช่น เผ็ดจัด เปรี้ยวจัด เค็ม และหวาน

         อาหารที่อาจารย์ชอบทาน และทานแทบทุกวัน เปลี่ยนไปเรื่อย อร่อยอย่าบอกใคร!

 

          ลองกินอาหารญี่ปุ่นหลายๆแบบ เพราะอาหารญี่ปุ่นไม่ได้มีแต่คาร์โบไฮเดรต เช่น ราเมง หรือข้าวปั้นอย่างเดียวนะคะ กินอาหารญี่ปุ่นแล้วเรียนวิธีเรียกในภาษาญี่ปุ่นไปด้วย

 

 

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-05-20 22:05:56 อีเมล์ : IP : 71.190.35.105

ตอบกระทู้

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะเด็กวัดทุกคน และเด็กวัดแป๋ว

อาหารญี่ปุ่นพวกบะหมี่ โซะบะ จะเค็ม ไก่ย่างก็เค็ม แต่กินเค็มๆเดี๋ยวความดันสูงแย่เลยนะคะ

อาจารย์ยังต้องลดความเค็มของอาหารญี่ปุ่นเลยค่ะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-07-28 01:56:04 อีเมล์ : IP : 96.232.65.198

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะ อาจารย์ปรียาที่น่ารักคะ และเพื่อนเด็กวัดทุกคนค่ะ

        อาจารย์ค่ะ คือว่า เป็นคนชอบทานเค็มงั้นก็มีสิทธิ์ เรียนทำอาหารญี่ปุ่นได้ใช่ไหมค่ะ ชอบแค่เรื่องกินรสเค็มอย่างเดียวนะคะ แต่เรื่องอื่น ๆ ไม่เค็มค่ะ ขอบอกค่ะ

โดย : เด็กวัดแป๋วค่ะ วันที่ : 2009-07-27 20:53:01 อีเมล์ : IP : 118.174.9.167

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะ เด็กวัดทุกคน และเด็กวัดแอ๋ม

คำถามที่ถามมาก็คือ ถ้าอะไรที่ปิ้ง เหมือนไก่เสียบไม้ บางครั้งก็จะมีคำว่า ยะคิ แต่ไม่เสมอไป เช่น

ยะคิโทะริ จะมีคำว่า ยะคิ หรือปิ้ง

โยะคิ โนะริ สาหร่ายที่เขาผ่านกรรมวิธีมาแล้ว ทำยังไงไม่ทราบ ก็คือ คงจะเอาไปผ่านไฟด้วยกรรมวิธีของเขา แล้วก็เอามาห่อข้าวปั้นกิน มีคำว่า  ยะคิ หรือปิ้ง

การที่อยากจะทำอะไร ถ้ากลัวว่าจะทำออกมาแล้วไม่ดี แล้วเมื่อไร เราจะทำได้คะ

 เป็นการคิดที่ไม่ถูกต้อง การลองทำ เพราะเราไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง ถึงต้องลอง ไม่ดี คราวหน้าเราก็ปรับปรุงทำให้ดีขึ้น

การทำกับข้าวเป็นเรื่องของความสร้างสรรค์ อาจารย์เวลาเหนื่อยๆ จะต้องหาเวลามานั่งทำอาหารแปลกๆ จะได้คลายเครียด ไม่ต้องกลัวว่าทำไม่ได้ ทำทั้งที ต้องบอกว่า

ถ้าเขาทำได้ ทำไมเราจะทำไม่ได้ เขาก็เป็นมนุษย์เหมือนเราใช่ไหมคะ ท่าทีสำคัญ ถ้าเราคิดว่าเราทำไม่ได้ ก็ไม่มีทางทำได้ ถ้าคิดว่า เราจะต้องทำให้ได้ก็จะมีพลังทำ ลองดูนะคะ แล้วมาเล่าให้อาจารย์ฟังว่าทำแล้วอร่อยไหม

หรือเขียนมาถามอาจารย์ก็ได้ จะสอนเทคนิกให้นะคะ

หรือ ยะคิโซะบะ ทั้งที่เอาบะหมี่สีเหลืองแบบสไตล์ญี่ปุ่นไปผัดกับผัก แต่ที่ไหนได้ มีคำว่า ยะคิ

แต่ถ้าเราเอาไปทอด ก็จะเป็นคนละความหมาย เช่น เทมปุระ เป็นการทอดในน้ำมันเยอะ แบบทอดมัน แต่เขาไม่มีคำว่า ทอด หรือ อะเงะ

หรือ ไก่ชุบแป้งทอด ทั้งที่ชุบแป้งทอดในน้ำมัน ชื่อก็ไม่มีคำว่า อะเงะ แต่เป็น ทงคะทซึ หรือหมูทอดในน้ำมันที่เรากินๆกัน

ดังนั้น จะจำว่ามีคำว่า อะเงะ คงไม่ได้ แต่ถ้าปิ้งจะมียะคิ ตามมา เช่น

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-07-27 12:22:29 อีเมล์ : IP : 96.232.65.198

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

อาจารย์ค่ะ อาหารย่างๆ เนี้ย จะลงท้าย ด้วยคำว่ายากิ รึเปล่าค่ะ

หนูชอบดูรายการอาหารของญี่ปุ่นมากเลยค่ะ เค้าทำได้น่าทานมากๆ ดูทีไรเจริญอาหารทุกที แล้วก็มีไอเดียทำอาหารเยอะแยะ จนต้องทึ่งว่าคิดได้ยังไง..คนญี่ปุ่นนี่เค้าช่างคิดกันจริงๆ อยากจะคิดสร้างสรรค์เก่งๆแบบเค้าบ้างจังค่ะ แต่กลัวทำอาหารออกมาแล้วจะทานไม่ได้ ...และที่สำคัญที่หนูชอบมากๆคือ อาหารญี่ปุ่นที่หนูดู ส่วนมากเค้าทำกันตรงหน้าให้เห็นเลย สดๆร้อนๆ ปลอดภัย..อร่อยด้วย..

โดย : หนูแอ๋ม วันที่ : 2009-07-27 12:07:24 อีเมล์ : IP : 124.121.224.203

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะเด็กวัดทุกคน และเด็กวัด wantima

ขอบคุณมากนะคะทีช่วยกันเขียนมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เปิดโลกกว้าง เห็นชัดว่าต่างกัน ในร้านโซบะในโตเกียวที่กิน เขาไม่มีผักดองให้นะคะ จะให้ผ้าเช็ดมือ และน้ำเย็น แล้วก็มาเร็วมาก

ส่วนเรื่องทำขิงดองที่บ้าน ทำเป็นประจำ ทำไม่ทันคนกิน เพราะเขาบอกว่าอร่อย ไม่เหมือนกับที่กินตามร้านซุชิ

ส่วนอินะริ ไม่ค่อยได้ทำ เพราะว่าหนักข้าว และหวาน ที่บ้าน กินปลามาก ยิ่งแถวนี้มีปลาแบบที่ไม่มีโอกาสกินในญีปุ่นคือ แซมมอนจากคานาดา จากอเมริกาเอง อร่อยมาก เข้าเตาอบแล้วกินกับผักสด ทำง่ายที่สุด แต่กินทีเยอะเลย ที่นีไปซื้อปลาทีไร แทบจะไม่ได้เจอคนไปซื้อ เลยไม่ต้องเรียงแถวเลย

เขาจะนิยมกินแต่เนื้อ และอาหารแช่แข็ง เห็นคนที่นี่ซื้ออาหารแล้ว ก็ไม่ต้องสงสัยหรือตกใจว่าทำไม น้ำหนักเกินพิกัด เพราะมีแต่ โค๊กแบบไดเอต Lay's ที่ไปทำให้เด็กๆอ้วนเป็นแถว ของขบเคี้ยวที่ไมมีประโยชน์ เค็ก ที่เห็นแล้วอยากวิ่งหนีเพราะถูกๆมากๆ และก็ไม่น่ากินเลย ชิ้นยักษ์เลย ทั้งสีสัน ผิดกับที่ขายในญี่ปุ่น

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-06-09 12:13:48 อีเมล์ : IP : 71.190.36.100

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

ผักดอง  เวลา เราไปร้านอาหาร ที่จะต้องรอนาน   ร้านพวกนี้ ก็จะ มีน้ำชามาเสริฟก่อน พร้อม ผักดอง เล็กน้อย  โดยเฉพาะร้าน โซบะ ค่ะ  

     ดังนั้น ก็ไม่น่าแปลกที่จะกินผักดอง ก่อนอาหาร เพราะมันก็คือ อาหารเรียกน้ำย่อย 

แต่หากเป็นขิงดอง ละก็ ส่วนใหญ่จะกินหลังกินอาหารคาวค่ะ  เช่น ข้าวหน้าปลาดิบ  หรือ ข้าวหน้าปลาไหล ข้าวหน้าหมูทอด  เพราะจะช่วยลดอาการคาวได้ดี

วันนี้ทำข้าวกล่องให้สามี คือ อินาริ   อินาริ เป็นข้าวที่ใส่ลงไปในแผ่นเต้าหู้ ที่ปรุงรสหวานเค็ม  โดยธรรมดาแล้วข้าวก็เป็นข้าวสวย เอามาใส่น้ำส้ม มิริน และ งาขาว    

แต่วันนี้ปรุงใหม่ค่ะ  ใส่ผักคือ เห็ดหัวเข็ม แครอท หน่อไม้ เห็ดหอม แบบชิ้นเล็กๆ ใส่ โชยุ มิริน งาขาว น้ำมันงานหยดเดียวเท่านั้นช่วยให้หอม

เคียงด้วย  ขิงดอง ที่ทำเอง  ขิงอ่อน หั่นบางที่สุด ใส่ในน้ำส้มสายชู มิริน เกลือ แช่ค้างคืนไว้ จะได้สีชมพูอ่อน ที่สวย

ลองทำดูนะค่ะ ขิงดอง แบบง่ายๆ น้ำส้มมีประโยชน์ต่อร่างกายค่ะ ขิงนั้นมีประโยชน์มากด้วย ทำให้ผิวดี เลือดลมไหลเวียนดี  ร่างกายอบอุ่น  เป็นยาวัฒนะค่ะ

โดย : wantima วันที่ : 2009-06-08 13:32:41 อีเมล์ : IP : 119.171.221.159

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะเด็กวัดทุกคน และเด็กวัด geechan

(เด็กวัด gichan) ถ้าไปทานข้าวบ้านคนอื่นไม่ควรกินผักดองก่อน เพราะจะเป็นการเสียมารยาท เหมือนดูถูกว่าไม่มีอาหารน่าทาน ต้องกินผักดอง ควรทานหลังจากที่กินอาหารหลัก

(ครูประจำชั้นปรียา) เป็นคำถามและข้อสังเกตที่น่าสนใจ อันนี้ไม่เคยได้ยิน เพราะเราจะไม่กินผักดองก่อน เพราะการกินอาหารญี่ปุ่นจะมีขั้นตอน ว่าต้องกินอะไรก่อน อะไรหลังก็ได้กระมังจึงมักจะไม่กินผักดองก่อน

แต่ถ้าจะมองอีกมุมหนึ่ง การที่จะบอกลูกว่า อย่ากินผักดองเพราะอายเขา (ความจริงที่ไม่อยากบอกก็ได้ ก็เลยเปลี่ยนเนื้อหาการสั่งสอนเป็นคนละแบบ)  ที่ได้ยินคนญี่ปุ่นสอนลูกก็คือ อย่าเอาแต่กินแต่ผักดอง เวลาไปบ้านคนอื่น หรือไปที่ร้านจะสั่งผักดองก่อน อาหาร คนที่เชิญไปที่บ้าน หรือที่ร้านอาหาร เขาจะคิดว่า บ้านนี้ท่าทางยากจนดีจัง  กินแต่ผักดองไม่ได้กินของดีๆมาก่อน โดยเฉพาะ ทะคุวัง สใส่จนเป็นสีเหลืองแจ๊ดนะคะ

อาจารย์ชอบกินผักดอง แต่ไม่กินก่อนอาหารอื่น แต่จะกินเมื่อกินข้าวคู่กับผักดองเพราะทำให้ทานง่ายขึ้นค่ะ

ดีใจที่เด็กวัด Geechan เข้ามาแสดงความคิดเห็น ร่างกายคงแข็งแรงแล้วนะคะ เด็กวัดทุกคนคงรู้จักเด็กวัด Geechan แนวหน้าที่เข้ามาช่วยอาจารย์ตอนที่ร่างกายแข็งแรงแม้งานเยอะก็ตามนะคะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-05-30 01:03:54 อีเมล์ : IP : 71.190.36.100

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะ อาจารย์

มีข้อสงสัยเกี่ยวกับผักดองค่ะ  หนูเคยอ่านเรื่องโตเกียวทาวเวอร์  บ่อยครั้งที่พระเอกจะชอบกล่าวถึงผักดองของแม่ว่าเป็นของอร่อยต้องกินทุกมื้อ  มีตอนหนึ่งที่แม่สอนมาคุงว่า  ถ้าไปทานข้าวบ้านคนอื่นไม่ควรกินผักดองก่อนอาหารชนิดอื่นจะเป็นการเสียมารยาทเหมือนดูถูกว่าไม่มีอาหารน่าทานเลยต้องกินผักดอง  ควรทานหลังจากที่กินอาหารหลัก  ความจริงแล้วมันเป็นอย่างนั้นหรือเปล่าคะ 

โดย : geechan วันที่ : 2009-05-29 19:19:10 อีเมล์ : IP : 127.0.0.1

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะ แฟนๆหนังสือ เด็กวัดทุกคน และเด็กวัด wantima

เรื่องเกี่ยวกับอาหารญีปุ่น อาจารย์สนใจมากตั้งแต่อยู่ญี่ปุ่นเกือบยี่สิบปีแล้วกระมัง อ่านเรื่องราวของ การกินคงจะคล้ายคำว่า ชีวจิตบ้านเราก็ได้ Dr. Andrew Weil เคยพูดถึงอาหารของแต่ละประเทศ และชื่นชมอาหารญี่ปุ่น แต่จุดเสียคือ ใช้โชยุมาก และเค็ม ซึ่งทำให้เป็นความดันสูง และกินแป้งคือข้าวมากไป Dr. Andrew Weil พูดถึง พวกผักดอง อาจารย์ชอบมาก บ้านไหนๆก็ชอบ เพราะจะมีเก็บไว้ในตู้เย็น แต่พอตอนหลัง เริ่มไม่อยากกินเพราะเรื่องสุขภาพ ยิ่งไปเจอ ผักดองของเกียวโต ทั้งที่ไปเที่ยวแต่ก็เค็ม ยกเว้นของ นิชิริ nishiri ขิงดองอ่อน อร่อยมาก และทุกอย่างจะไม่เค็ม ยิ่งคะบุสีแดง สีธรรมชาติเยี่ยมจริงๆ แต่อะไรในญี่ปุ่น ยิ่งมีคุณภาพใช้ฝีมือก็ยิ่งอร่อย แต่แพงมากค่ะ เวลาซื้อไปให้โอะคะซัง ก็จะบอกว่า ใครที่ซื้อของดองแบบดีๆแบบนี้ ถือว่าฟุ่มเฟือย เพราะบ้านธรรมดาซื้อไม่ได้ เดี๋ยวเงินในท้องพระคลังทุกเดือนไม่พอ

ผักที่พูดคือผักดอง ทะคะนะ เหมือนเกี้ยมฉ่ายดองแบบออกสีดำมีผักยาวค่ะ ส่วนผักดอง nozawa 野沢 นั้น ชอบแต่เค็มมาก คุณแม่ชอบซื้อมาและถูกด้วย แต่เค็มเลยไม่อยากกิน

นักวิทยาศาสตร์ผู้ซึ่งรักการกินเนื้อมาตลอดเหมือนเรากินข้าว กับแกง พอรายงานจากหมอที่ประกาศออกมาว่า ใครที่กินเนื้อแดง เช่น เนื้อ หมู จะมีโอกาสเป็นมะเร็งสูง และเตือนให้กินไก่ที่ไม่มีหนัง ถ้าอยากกิน

เขาเลยเลิกกิน พวกต่างชาติยิ่งนักวิทยาศาสตร์ ต้องมีการพิสูจน์เขาจะยอมรับ เขาไม่กินเอง ตอนนี้ก็เลยกินอาหารญี่ปุ่นแบบอาหารสุขภาพ แทบจะไม่ได้ใส่เค็มก็ว่าได้ เหยาะ ยิ่งรสจืดยิ่งอร่อย เพราะชินอยู่แล้ว

การทำอาหารญี่ปุ่น สนุกกับการเตรียมถ้วยเล็กถ้วยน้อย กินกันสองคน แต่เต็มไปหมด แต่ล้างง่ายเพราะว่า ไม่มัน แต่เก็บกว่าจะจบ เหนื่อยเห็นด้วย แต่สนุกดีค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ โอกาสหน้าถ้าไป คราวนี้ก็ต้องไปจัดการรีเอ็นทรีอีก อยู่ญี่ปุ่นนานไม่ได้ค่ะ เพราะเดี๋ยวหมดตัว กินเก่งทั้งสองคน แบบกินข้างนอกไม่อิ่ม แต่คงได้กินปลาดิบเยอะ เพราะชอบกิน ก่อนจะไม่ได้กิน เพราะไม่อยากกินในเมืองไทย เพราะไม่เชื่อใจว่า โอเคหรือไม่

กลับไปเมืองไทยทีไร จะท้องเสีย จำได้ว่า ไปซื้อปลาที่เขาบอกว่าสดๆ ตามตลาดสด ที่หัวหิน พอเอามาทำ ทำไมท้องไส่ไม่ค่อยดี เห็นท่าไม่ดี ทิ้งไม่กล้าสู้ ซื้อหอยลายตัวใหญ่ เพื่อนก็เล่าว่าหลานไปเที่ยวเมืองไทยกินของทะเล ส่งโรงพยาบาล มีใครพอจะมีความรู้เรื่องปลาบ้านเราไหมคะ เพราะฟังจากเพื่อนต่างชาติ หลายคน บอกว่า ปลาตายส่งไปขายและใส่สารกันบูดอะไร ฟังแล้วกล้วจัง จริงแท้แค่ไหน ขอข้อมูลหน่อย ข่าวลือ ไม่รู้จริงแท้แค่ไหน แต่ไปทีไร ท้องเสียประจำ เลยกลัวจริงๆ ขนาดระวังก็ยังเกือบท้องเสีย เพราะมันเริ่มฟ้อง ต้องรีบจัดการดูแล

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-05-27 17:24:46 อีเมล์ : IP : 71.190.35.105

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะ  ผักดองที่อาจารย์ว่า มันคือ โนสาวะนะ หรือเปล่าน่ะ เพราะว่าที่นี่ผักนี้ขึ้นชื่อ โดยเฉพาะเขานิยมเอาไปล้างที่องเซง แล้วจึงเอาไปดอง   จริงค่ะผักดองไม่มีประโยชน์ แต่ว่าสามีบอกว่าที่คนญี่ปุ่นอายุยืนยาว โดยเฉพาะชาวสวนนี่ก็เพราะผักดอง คือว่า คนเรานั้นคิดว่าจะต้องรับประทานแต่สารอาหาร แต่ว่าจริงแล้ว ทานสารอาหารมากเกินไปก็ไม่ดี ดังนั้นจึงควรช่วยลดสารอาหารนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หน้าที่ไม่มีผักให้กิน ต้องกินผักใน เฮ้าท์ นี่ก็กินผักดองกับข้าว ดีกว่า (จริงแล้วข้าวญี่ปุ่นนี่แครอรี่ก็เยอะกว่าข้าวขาวไทย) 

    คนที่อายุ ๔๐ ขึ้นไปก็ไม่ควรกินไข่มาก แบบที่อาจารย์บอกค่ะ โดยเฉพาะ ไข่ อิคุระ นี่หนึ่งเม็ด ก็เท่ากับรับประทานไข่ ๑ ฟองทีเดียว คุณหมอเขาก็บอกกับสามีมา เพราะว่า เมื่อ ๒-๓ ปีก่อน ต้องตรวจซ้ำเรื่องนี้ทุกปี  แต่ว่าไข่ที่ญี่ปุ่นนี่ถูกจริงๆ คุณแม่ก็ชอบซื้อ บางทีเจอในตู้เย็น ๓ แพ็ค(โหล) ตกใจหมด

      ที่นางาโนะ อาหารสวยๆ ก็มีเยอะค่ะ แต่ไม่ค่อยได้ไปสักเท่าไหร่  โดยเฉพาะเวลาเราไปพักองเซน นี่เขาจะคิดรวมราคาห้องแล้วค่ะ   วันหน้าหากอาจารย์มาญี่ปุ่นและหากมาไกลกว่าโตเกียวได้ มาเที่ยวนางาโนะ มาพักองเซนนะคะ  หากนักวิทยาศาสตร์ที่บ้านอาจารย์ชอบเนื้อ เนื้อวัวชินชูนี่ก็ไม่แพ้ โกเบค่ะ  เขาขุนวัวด้วยแอปเปิล เกลือค่ะ ดังนั้นเนื้อจะไม่คาวแรง

       สามีบอกว่าคนอเมริกา ที่รวยๆ จะรูปร่างดี ส่วนคนที่ดูใหญ่โต โดยเฉพาะใหญ่โตผิดปกติ คือคนจนค่ะ คนที่กินอาหารขยะ   

เมื่อวานนี้ ทำอาหารเย็นด้วยปลาไท ตรงส่วนกลางลำตัว(คล้ายปลากระพง แต่ไม่ใช่ปลากระพง คือ มีผิวแดง)  เอาคลุกเกลือ และ พริกไทดำป่น นิดหน่อย พักไว้ สักประมาณ ๑๐-๒๐นาที ให้ความเย็นมันคลาย เกลือจะได้เข้าเนื้อ เสร็จแล้วก่อนทอดก็ปะด้วยแป้ง โคมุนิโกะ(แป้งสาลี)จะได้ไม่ติดกระทะ ทอดในน้ำมันมะกอก นิดหน่อย (ยิ่งใช้น้ำมันดียิ่งอร่อย)

      พอเหลือง ทั้ง๒ ด้าน(ซับน้ำมันออก) ก็ราดด้วย ไวท์ขาว  ปิดฝาสัก๒ นาที เอาใส่จาน เคียงด้วยผักกาดหอม และ ราดบนปลา ด้วยซอสที่ทำเอง(มะเขือเทศสดลูกใหญ่ หั่นชิ้นเล็กๆ ใส่น้ำมันมะกอกนิดหน่อย เกลือ พริกไทยดำป่น และ ใบพาเซรี่ป่น(เพื่อให้ได้ดีเขียว) 

       ๓ คน ๓ จาน  อาหารญี่ปุ่นนี่ใช้จานเยอะมาก ล้างแล้วต้องเช็ดให้แห้งแล้วเก็บเข้าตู้  อาหารนั้นไม่เหนื่อยหรอกค่ะ สนุกดี แต่ว่าจาน ชาม นี่สิ เยอะไปหมด  ที่บ้านทานกันเยอะค่ะ ต้องทำหลายเมนูเหมือนกันค่ะ มื้อเย็นคือมื้อหนัก ที่ลูกสะไภ้ต่างชาติ ต้องทำให้ญี่ปุ่นแท้ๆ กินให้ได้รสญี่ปุ่น  ลำบากเหมือนกัน แต่ก็เหลือบ่าฝ่าแรง สักเท่าไหร่ โดยเฉพาะถ้าวันนั้นอารมณ์ดี  (เส้นอุด้ง คนญี่ปุ่นจริงๆ เขาก็ใช้เท้าค่ะ นอกจากสมัยใหม่นี้ใช้เครื่องจักร มันจึงไม่เหนี่ยว แต่ร้านดังๆ ดั้งเดิม ก็ใช้แบบนี้ค่ะ คนไทยอาจจะรังเกียจ ใหม่ๆ หนูก็ทนไม่ได้ ใช้มือ ใช้เข่า แต่สามีนั้นเขาทนไม่ได้ เขาก็ต้องเหยียบให้เวลาหนูเผลอ คือ เขาแอบดู ตอนที่เรานวดเสร็จแล้วก็พักแป้งให้แป้งมันอิ่มตัว ก่อนจะตัด เขาเลยจัดการ เราเองก็แอบดูเขากลับตอนนั้น)

อาหารที่อร่อยคิดว่าถูกปากคนในบ้านมีอีกหลายเมนู และก็ บางที ก็เรียกว่า เมนู ชิปไป (พลาด) ก็มีเยอะค่ะ

โดย : wantima วันที่ : 2009-05-27 14:42:45 อีเมล์ : IP : 119.171.221.159

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะ เด็กวัด wantima

อาหารที่จัดสวยงามแบบนี้ในโตเกียวจะมีเยอะนะคะ ไม่ทราบว่าที่นะงะโนะ จะเป็นยังไง เคยไปพักที่บ้านเพื่อนที่ มะทซึโมะโตะ จำไม่ได้ มีอนเซงเยอะมาก แต่ผักดองที่นั่นจะเค็มขึ้นชื่อเลย แต่อาจารย์ชอบซื้อ ผักดองที่บ้านเราเรียกเกี๋ยมฉ่ายมาผัดกับหมูสับ และน้ำมันงา หยอดงาดำขาวเมื่อเสร็จ ใส่มิรินหน่อย อร่อยค่ะ แต่ตอนหลังไม่ได้ทำเพราะเป็นผักดองไม่มีประโยชน์

อาจารย์ชอบทำอาหารประดิดประดอยเพราะว่า เห็นแล้วสบายใจดี ยิ่งนักวิทยาศาสตร์จะชื่นชอบมาก เขาบอกว่า เวลากินอาหารญี่ปุ่น และอาหารไทยสนุกดี เพราะชอบพาไปร้านที่มีให้เขากินทีละนิด หลายๆอย่าง

ตอนนี้ที่ชอบมากก็คือ เจอผักคะน้าแบบของฝรั่ง ที่จริงมันรสชาติ นะโนะฮะนะ แต่แพงกว่าผักอื่น ปอนด์ละสองเหรียญกว่า แต่ตามซุปเปอร์จะไม่ค่อยมีขาย วันก่อนเห็นฝรั่งสามีภรรยา ขนาดเกินพิกัดทั้งสามีภรรยา เห็นแล้วตกใจอีกเช่นเคย เขาซื้อน้ำเป๊ปซี่ขวดใหญ่ โค๊กขวดใหญ่และแบบกระป๋องสี่ห้าแพ็ค เพราะวันนี้วันหยุด วันMemorial Day คนไม่สนใจหรอกค่ะว่าวันนี้เขาทำอะไรกัน แต่คนจะสนใจกิน คือจะมีการชุมนุมจัด บาร์บีคิวกัน ภรรยาซื้อ หมูชุดแป้งที่ทำเรียบร้อยแล้ว ไปทอดเองที่บ้าน แล้วก็มีแต่เค็ก มีแต่มันฝรั่งทอด อาหารขยะทั้งนั้น เห็นจ่ายอาหารกองพะเนินไปร้อยสามสิบเหรียญ แล้วจะไม่ให้น้ำหนักเกินพิกัดได้ยังไง ยังสงสัย

อาหารที่บ้านตอนนี้ จะเน้นผักอย่างมาก เพราะว่าเราไปซื้อที่ร้านซุปเปอร์มาร์เกตที่ใหญ่มาก เขาต้องการขายเนื้อเป็นหลัก เรียกว่า ฟาร์มเนื้อ แต่ผักเยอะมากๆ ราคาจะต่างกว่าซุปเปอร์มาร์เกตธรรมดา ประมาณอย่างน้อย 50-1.20 เหรียญ ยิ่งไข่ที่นี่ ในซุปเปอร์แพงมาก โหลละ สามเหรียญ หรือสามเหรียญกว่า ร้อยกว่าบาท

แต่ถ้าร้านนี้จะ เหรียญกว่า เราจะซื้อกินเฉพาะไข่ขาว เพราะตอนนี้มีอายุ หมอที่ญี่ปุ่นบอกว่า คนที่อายุสี่สิบขึ้นไป ในหนึ่งอาทิตย์ ห้ามกินเกินสองฟอง เราไม่กิน ทิ้งไข่แดงเลย ยิ่งซื้อได้ร้านถูกๆก็ยิ่งอร่อย

ไว้จะลองทำอาหารง่ายๆ มาเล่าสู่กันฟัง

เรื่องทำเส้นอุด้ง สูตรลับใช้ขา อาจารย์ไม่มีสูตรลับนี้ มีแต่สูตรให้นักฟิสิกส์ นวด แล้ว อาจารย์แผนกตัด คือ

โพรเจคร่วมนะคะ ทำง่าย และอร่อย แต่คนทำ กินแป้งไม่ได้ กินปุ๊ป น้ำหนักขึ้นปั๊ป ก็เลยอดกินร่วมกัน แต่อาจารย์จะกินที่ซื้อเอง แต่นานๆครั้ง ใช้โกะโบบ่อยมาก เหมือนรากต้นไม้ ทำคินปิระโงะโบ ทำไม่ทันคนกิน

ต้องเสียเวลาหั่นพอสมควร แต่อร่อยชอบค่ะ

ร้านคะอิเซะคิ ที่แถวสถานี shinagawa ก่อนจะไปทำรีเอ็นทรีจะไปกินร้านที่สถานี ติดใจ ยังเล็งไว้ว่าจะไปกินคราวหน้า เพราะต้องไปจัดการเรื่องรีเอ็นทรีอีกแล้ว :-(

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-05-25 22:13:46 อีเมล์ : IP : 71.190.35.105

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะ หายไปหลายวัน เพราะว่ายุ่งๆ หลายๆเรื่องค่ะ อีกทั้งเตรียมกลับเมืองไทย แต่ผลปรากฏว่าวันนี้คุณแม่ไม่สบายหนัก เป็นไข้สูง (กลัวว่าจะเป็นไข้หวัดหมู เหมือนกัน) เรียกรถพยาบาลมารับ ผลปรากฏว่า กว่ารถพยาบาลจะมา เขาติดต่อมา น้องชายซึ่งมาอีกจังหวัดถึงก่อน และพาแม่ไปถึงโรงพยาบาลนั้นเสียก่อนอีก ถ้าเป็นญี่ปุ่น รถพยาบาลด่วนนี่ เราก็ขอได้จาก เทศบาลท้องถิ่น ดังนั้นภายในไม่เกิน ห้านาที ก็ถึงบ้านและนำส่งโรงพยาบาล ด้วยการกรองของเจ้าหน้าที่ของรถพยาบาลด่วนนั้น 

     อาหารญี่ปุ่นหรือ หากไปทานร้านทั่วๆ ไป ราคาแบบย่อมเยาว์นั้นคงไม่เห็นรูปอาหารญี่ปุ่นที่สวยงาม ต้องไปร้านที่เรียกว่า วาโช๊ะคุ คือร้านสไตล์ญี่ปุ่น แต่ราคานั้นก็ ต้องเตรียมไป อย่างถูกๆ เท่าที่จำได้ ก็มื้อกลางวันนี่ก็ประมาณ พันบาทไทยค่ะ 

      ส่วนตัวเองแล้วถูกใจ ร้านเพื่อนสามี ซึ่งเป็นร้านดื่ม แต่ว่า เขานั้นทำอาหารตามสไตล์แนวประยุกต์ ร่วมกับอาหารในฤดูกาล  เรียกว่า อร่อยทั้งตาและใจ แบบถูกอกถูกใจ แถมราคาก็ไม่แพง คือ เริ่มต้นที่ไม่รวมเครื่องดื่มแล้วที่ ๓,๕๐๐ เยน

       คนไทยเราที่มีใจรักด้านอาหาร บวก กับคนไทยชอบประดิษประดอย ก็เรียกว่า ทำอาหารตา ได้เก่งเหมือนกัน   เคยได้ดูรายการอาหาร เขาบอกว่า อาหารจะอร่อยนั้น ขึ้นอยู่กับว่า ทำให้ใครกิน ดังนั้นคิดว่า อาจารย์คงจะต้องทำอาหารญี่ปุ่น ในสไตล์ที่ชอบประดิษประดอย เป็นอาหารตาได้อีก ให้กับคนที่ร่วมบ้านอาจารย์ได้เก่ง ได้ถูกใจมากกว่า  ค่ะ

       ส่วนหนูนั้นทำอาหารได้เก่ง เลิศ เลยก็ ทำเส้นอุโด้ง ค่ะ เพราะว่ายิ่งอารมณ์เสีย เท่าไหร่ ยิ่งใส่อารมณ์เส้นอุโด้ง นั้นยิ่งเหนียว  ชมกันทั้งบ้าน  (แหม ไม่รู้เคล็ดลับ ลับ เสียแล้ว)   เส้นอุโด้งนี่ ญี่ปุ่นใช้ วิธีการนวดด้วยเท้าค่ะ ถือ เอาแป้งสาลี ใส่ น้ำ ตามส่วนที่เขาบอก แล้วก็ใส่เกลือนิดหน่อย  หากจะให้เหนียวขึ้น ก็ใส่ใข่ขาว โดยลดปริมาณน้ำ  แล้วก็นวดพอประมาณ  เสร็จแล้ว ก็ใส่ถุงพลาสติก สัก ๒ ชั้น กันทะลุ ไหลออกมา แล้วก็ เหยียบ เหยียบ กระทืบ กระทืบ    เหนียวแข็ง ประมาณ ติ่งหู เรา แล้วก็นำมาตัด เป็นเส้น   แล้วจึงไปต้ม  ส่วนจะทานกับอะไรเป็นอีกเรื่องค่ะ  

     อย่างเช่น อุโด้งเย็น ทานกับ น้ำปรุงรสที่ผสมโชยุ มิริน และ ก็น้ำดาชิ 

     หรือ จะต้มเส้น กับ ผักต่างๆ และ ใส่หมู หรือ อาหารทะเล แล้วก็ใส่  มิโซะ(เต้าเจี้ยวบดแบบญี่ปุ่น) ก็เรียกว่า  นาเบ้อุโด้ง

     หากทำเส้นให้แบนๆ กว้างครึ่งหนึ่งของเส้นใหญ่บ้านเรา (แต่หนากว่าเป็นเท่า) ต้ม ใส่ฟักทอง  รากโกโบ้ อันนี้ก็เรียกอีกชื่อหนึ่ง  ตอนนี้จำไม่ได้ค่ะ  แต่รับรองว่าอร่อยไปอีกแบบ เป็นอาหารขึ้นชื่อของจังหวัด ยามานาชิค่ะ

     อาหารง่ายๆ ของ วันทิมา ก็เป็นอย่างนี้ค่ะ   ลองทำดูนะคะ รับรองว่าอร่อย โดยไม่ต้องใส่ผงชูรส  

โดย : wantima วันที่ : 2009-05-25 12:46:42 อีเมล์ : IP : 119.171.221.159

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะเด็กวัดทุกคน และเด็กวัด noda

อะเอะโมะโนะ ยำหรือคลุกคล้ำแบบญี่ปุ่นอร่อย แต่ไม่มีขายหรอกค่ะในร้านอาหารญี่ปุ่นถูกๆ ต้องร้านอาหารญี่ปุ่นจริงๆ แต่รสชาติเปลี่ยนเพราะรู้สึกปรับกับ รสชาติของคนไทย

เป็นอาหารที่อร่อย ประณีต และต้องหั่นเป็นจึงจะออกมาอร่อยและสวยงามค่ะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-05-22 20:58:12 อีเมล์ : IP : 71.190.35.105

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ : เพิ่งทราบค่ะว่าญี่ปุ่นก็มีอาหารประเภทที่คล้ายยำด้วย  

โดย : Noda วันที่ : 2009-05-22 20:23:00 อีเมล์ : IP : 118.174.27.178

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะ แฟนๆหนังสือ เด็กวัดทุกคน

อาหารที่เอามาให้ดูเป็นอาหารที่เห็นและได้กินตามร้านอาหารทั่วไป แต่ถ้าทำที่บ้าน ก็คงไม่ต้องประดิดประดอยขนาดนั้น อาจารย์เองทำอาหารเอง แบบง่ายๆ ของญี่ปุ่น อาหารสุขภาพ แต่คนที่จะทำคงจะต้องไปหาซื้อเครื่องไม้เครื่องมือ มาให้ได้ ไม่งั้นทำไม่ได้ ถ้ามีคนสนใจ อาจารย์ถ่ายทอดให้ได้ แต่ว่า สอนว่า กี่ช้อน กี่อะไรไม่ได้นะคะ เพราะว่า ไม่เคยทำแบบนั้นได้ เพราะทำแล้วไม่อร่อย รสชาติเขา ต้องรสชาติตัวเอง แล้วอีกอย่างคนญี่ปุ่นกินเค็ม ที่บ้านไม่กินเค็ม จืดมากค่ะ

งานนี้ คงต้องให้เด็กวัด wantima เข้ามาสาธิตวิธีการทำอาหารง่ายๆก่อน แต่ก่อนทำ จะต้องเข้าใจ เคล็ดลับการทำอาหารหรือจิตวิญญาณคนญี่ปุ่นก่อน ไม่งั้น ออกมาไม่พิถีพิถันคงไม่ได้นะคะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-05-22 01:07:03 อีเมล์ : IP : 71.190.35.105

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะอาจารย์ปรียา

                      อาการน้ำลายสอตอนดึกๆนี่ทรมานน่าดูค่ะ (เนื่องมาจากการชมภาพที่อาจารย์นำเสนอ ปล่าวโทษอาจารย์นะคะ) แต่มีความคิดแปลกๆว่าแล้วจะไปหาทานที่ไหนได้ และ อร่อยคุ้มค่า ได้ประโยชน์ต่อร่างกาย  เราน่าจะมีการแนะนำว่าใครรู้จักร้านอาหารญี่ปุ่น และ พอจะแนะนำ เผื่อจะได้ไปบ้างค่ะ เอ ! แต่จะเข้าข่ายโฆษณาประชาสัมพันธ์โดยมิได้ตั้งใจ หรือปล่าวคะ 

                      คืนนี้ต้องนอนฝันถึงอาหารน่าตาน่าทานแบบนี้แล้วกระมังคะ อาจารย์

                                                                            マヤー

โดย : maya วันที่ : 2009-05-22 00:00:35 อีเมล์ : IP : 222.123.64.122

--------------------------------------------------------------------------------------------------