|
reisei
ni terashiawasete mireba
kimi to boku wa seihantai de
suuji da to ara
roku to kyuu no you na mon dana
kyuu ni hitori ni sareta ima de wa
tabe chiraka a insutanto no karappo youki to
rokudemonai boku ga nokotta
ironna
koto ga nozomi doori ni
ikanakattana asahaka dattana
sono uchi wasurerunda tte omoi
tsumetemo shou ga nainda tte
modoranai mono ha mou modoranai
nandomo te ni toru shashin ha
yaburezu kimi wa kirei da
kimi
ga kureta tegami wo hitotsu zutsu
kami hikouki ni kae nagara
tada negaunda dekiru
dake tooku he tobe
kurikaeshi
mita kanfu- eiga demo
mitemiyou ki wo magirawasou
soredemo itsuka hyotto e kimi wo
omoi tsuzuketereba tte
kudaranai mono ha mada nakunaranai
nasakenaku hikizuri tsuzuketeiru jibun ga kirai
da
nandaka
nda itteta tte kono
seikaku ha kawaranainda tte
lalala.. iinjanai?
chikara naku haku tameiki
majiri no kimi no namae
konna hazu janakatta tte ikidoori wo kanjita
ndatte setsunai uta nante
utau no wa baka mitai
yappari te ni toru shashin wa
yaburezu kimi wa kirei da
yappari kimi wa
nonono...
|
ถ้าลองคิดเปรียบเทียบกันดีๆ
แล้ว
เธอกับฉันต่างก็เป็นคนที่ตรงกันข้ามกันคนละขั้วเลย
ถ้าเปรียบเป็นตัวเลข พวกเราก็เหมือนเป็น
เลข 6 กับเลข 9 อย่างไรอย่างนั้นเลย ว่าไหม?
ยังไม่ทันได้ตั้งเนื้อตั้งตัว ฉันก็ถูกทิ้งให้อยู่กับกองถ้วยจานใส่
อาหารสำเร็จรูปที่ว่างเปล่ากองระเกะระกะซะแล้ว
คนไม่ได้เรื่องอย่างฉันถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพัง
หลายสิ่งหลายอย่างไม่ได้เป็นไปอย่างที่ฉันต้องการเลย
มันงี่เง่ามากเลย ใช่ไหม?
ฉันจะลืมทุกอย่างได้ในไม่ช้าก็เร็วเพราะไม่มีประโยชน์อะไร
ที่จะมานั่งทรมานตัวเองกับเรื่องที่ผ่านไปแล้ว
สิ่งที่หวนคืนไม่ได้ จะไม่มีวันย้อนกลับมา
หลายต่อหลายครั้งที่ฉันตัดใจฉีกรูปเธอในมือ
ทิ้งไปไม่ได้ ก็เธอสวยออกอย่างนี้
ในขณะที่ฉันนำเศษกระดาษจากจดหมาย
ของเธอมาวางเรียงกันทีละส่วน
ฉันปรารถนาแค่เพียงจะบินไปให้ไกล
ที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไปให้ไกล ไปให้พ้นๆ!
แม้แต่หนังกังฟูที่เคยดูได้ดูดีเป็นหลายๆ
รอบ
ฉันก็ยังไม่มีสมาธิจะดูด้วยซ้ำไป
จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ ฉันก็ยังเผลอ
นึกถึงเธอขึ้นมาบ้างเหมือนกัน
และเรื่องราวที่ไร้ความหมายก็ยังคงไม่หายไปไหน
ฉันเกลียดตัวเองที่เอาแต่ผูกติดอยู่กับอดีตที่น่าสังเวช
อดีตที่เธอเคยบอกกับฉันว่า
ไม่ว่าอย่างไรตัวตน
ของฉันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลย
ลา ลา ลา
แล้วมันไม่ดีหรือไง?
ฉันเปล่งเสียงเรียกชื่อของเธอพร้อมกับถอน
หายใจออกมาอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี
ไม่ใช่เสียงแบบนี้น้ำเสียงที่บ่งบอกว่าฉันกำลังโกรธเกรี้ยว
ร้องเพลงเศร้าเหมือนคนโง่คนหนึ่ง
ที่ว่ามาทั้งหมดนั้น
ฉันก็คิดว่าตัวเองคงจะ
ตัดใจฉีกรูปในมือใบนี้ทิ้งไม่ลงอยู่ดี
ก็ในเมื่อเธอสวยออกอย่างนี้
ฉันก็คิดอยู่แล้วล่ะนะ ว่าเธอน่ะ จริงๆ นะ
ไม่ๆๆ
|