2000
Aska ปล่อยซิงเกิ้ลเดี่ยว "Good Time" ในวันที่
12 กรกฎา
Chage และ Aska ได้ร่วมร้องเพลงในการแข่งขันฟุตบอลโลก
ปี 2002 |
1999
หลังจากผ่านไป 2 ปี Chage & Aska กลับมารวมตัวกันอีกครั้งทำซิงเกิ้ลใหม่
"KONO AINO TAMENI (For the sake of this love)"
อัลบั้ม "NO DOUBT" วางขาย |
1998
ASKA แต่งเพลงประกอบภาพยนต์เรื่อง "Hawk"
ร่วมกับโปรดิวเซอร์ชาวฮ่องกง
ASKA ได้รับเชิญไปไต้หวัน โชว์เพลงในงาน "MTV Music
Summit '98"
CHAGE ออกซิงเกิ้ลแรกของตัวเอง ชื่อว่า "Tokyo
Tower"
CHAGE มีอัลบั้มแรก ชื่อ "2nd" |
1997
ASKA มีคอนเสิร์ตทัวว์ของตัวเองครั้งแรก "ASKA
CONCERT TOUR ID"
ASKA ได้รับเชิญไปแสดงในคอนเสิร์ตนานาชาติ "Shanghai
International Music Festival ครั้งที่ 6" |
1996
พวกเข้าได้เข้าร่วมโชว์เพลงในรายการ "MTV Unplugged"
ในยุโรป โดยผ่านการคัดเลือกจากศิลปินทั่วโลกว่า 50 ประเทศ
และเป็นครั้งแรกที่ศิลปินชาวเอเชียถูกรับเชิญไปโชว์ใน
MTV ยุโรป
อัลบั้มสำคัญ "ONCE VOICE" มีนักร้องระดับโลกอย่าง
Chaka Khan, Maxi Priest และ Richard Marx ร้องเพลงดังของ
Chage & Aska และวางขายในอังกฤษและญี่ปุ่น เพลงส่วนใหญ่เป็นเพลงภาษาอังกฤษ
และครองอันดับ 1 ใน ORICON chart
Chage และ Aska แยกวงชั่วคราวเพื่อไปพัฒนาและทำงานเพลงในแบบของแต่ละคน |
1995
ซิงเกิ้ลของ ASKA ชื่อ "SEITENWO HOMERUNARA YUGUREWO
MATTE" วางขาย และครองอันดับ 1 ใน ORICON chart
อัลบั้มของ ASKA ชื่อ "NEVER END" วางขาย
และครองอันดับ 1 ใน ORICON chart
อัลบั้ม "Code Name.1 Brother Sun" วางขาย
และครองอันดับ 1 ใน ORICON chart
ภาพยนตร์ Hollywood เรื่อง "Judge Dredd"
กำกับโดย Sylvester Stallone เข้าฉายในอเมริกา และใช้เพลง
"TIME" ของ ASKA เป็นเพลงประกอบ
คอนเสิร์ต "Chage & Aska Concert Tour Super
Best 3 [Mission Impossible]" และ Miyazaki ผู้กำกับ
Animetion ชื่อดังของญี่ปุ่น (คนสร้างเรื่อง "My
Neighbor Totoro" และ "Princess Mononoke"
) ได้กำกับมิวสิควีดีโอเพลง "On Your Mark"
ให้โดยออกมิวสิควีดีโอออกมาในรูปแบบของ Animetion
คอนเสิร์ต "ASIAN TOUR II Mission Impossible"
ที่ประเทศไต้หวัน มีคนเข้าชมประมาณ 40,000 คน ในการแสดง
2 วัน และทำลายสถิติที่ Michael Jackson เคยทำเอาไว้ที่ไต้หวันอีกด้วย |
1994
การประกาศรางวัล "Gold Disc Awards ครั้งที่ 8
" พวกเขาได้รางวัลใหญ่ "Grand Pix Single",
"Best 5 Singles" และ "Best 5 Artists"
พวกเขาเป็นตัวแทนศิลปิน Asia ในคอนเสิร์ต "Monaco
Music Festival" (The World Music Awards '94)
เป็นเวลา 3 ปีติดต่อกัน
ซิงเกิ้ล "HEART/NATURAL/On Your Mark" and
"MEGURIAI" (Chance meeting) วางขาย และครองอันดับ
1 ใน ORICON chart
ภาพยนตร์ Hollywood เรื่อง "Street Fighter"
เข้าฉายในอเมริกา และภาพยนต์เรื่องนี้ใช้เพลง "Something
There" ของ Chage & Aska เป็นเพลงประกอบภาพยนต์ |
1993
ซิงเกิ้ล "YAH YAH YAH" วางขาย และยังคงครองอันดับ
1 ใน ORICON chart
พวกเขารับรางวัล "Gold Disc Awards ครั้งที่ 7"
อีกครั้ง
พวกเขาเป็นตัวแทนศิลปิน Asia ในคอนเสิร์ต "Monaco
Music Festival" (The World Music Awards '93).
ซิงเกิ้ล "Sons and Daughters ~ SOREYORI BOKUGA
TUTAETAINOWA" (Something I want to say to you)
วางขาย และยังคงครองอันดับ 1 ใน ORICON chart
คอนเสิร์ตทัวว์ "Chage & Aska THE LONGEST
TOUR '93-'94" มีผู้ชมรวม 500,000 คน |
1992
คอนเสิร์ตทัวว์ BIG TREE และมีผู้ชมทั้งหมดรวมกว่า 450,000
คน ซึ่งเป็นสถิติใหม่ (ในสมัยนั้น)
ในการมอบรางวัล "Gold Disc Awards ครั้งที่ 6 "
ได้รับรางวัลทั้งหมด 7 รางวัล ได้แก่

Japanese Gold Disc Award (CHAGE & ASKA)

Best 5 Artists Award (ASKA)

Grand Prix Single Award (SAY YES)

Best 5 Singles Award (SAY YES)

Best 5 Singles Award (HAJIMARIWA ITUMO AME / ASKA)

Grand Prix Album Award (TREE)

Album Award (TREE)
อัลบั้ม "GUYS" วางขาย และยังคงครองอันดับ
1 ใน ORICON chart |
1991
ซิงเกิ้ลของ ASKA วางขายใช้ชื่อว่า "HAJIMARIWA
ITUMO AME" (In the beginning it always rains)
และทำลายสถิติยอดขาย
ASKA มีอัลบั้มของตัวเอง ชื่อ "SCENE II"
และขึ้นอันดับหนึ่งใน ORICON chart.
ซิงเกิ้ล "SAY YES" วางขาย และใช้เป็นเพลงประกอบละครญี่ปุ่นเรื่อง
"101th Marriage Proposal" และขึ้นถึงอันดับหนึ่งใน
1 ในORICON chart และอยู่ในชาร์ตยาวนานถึง 13 สัปดาห์
นอกจากนั้นยังติดอันดับ 3 สำหรับซิงเกิ้ลขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์อีกด้วย
(Sugoi!! -สุดยอด!!-)
เริ่มทัวว์คอนเสิร์ต "Chage & Aska Concert
Tour '91-'92 [SAY YES]"
ซิงเกิ้ล "BOKUWA KONOMEDE USOWOTUKU" (My
lying eyes) วางขาย และคว้าอันดับ 1 ใน ORICON chart
ตามความคาดหมาย
ตามมาด้วยอัลบั้ม "TREE" และยังคงครองอันดับ
1 ใน ORICON chart อัลบั้มนี้ทำยอดขายได้ถึง 1,000,000
แผ่น โดยใช้เวลาเพียง 2 สัปดาห์ (เยี่ยมจริง ๆ) |
1990
พวกเขาทัวว์คอนเสิร์ต "Chage & Aska Concert
Tour '90 [SEE YA]" ทั่วประเทศมีคนดูทั้งหมดรวมกว่า
210,000 |
1989
อัลบั้ม "PRIDE" ฉลองการครบรอบ 10 ปี และอัลบั้มนี้สามารถขึ้นอันดับ
1 ใน ORICON chart
CHAGE ก่อตั้งวงดนตรีของตนเองให้ชื่อว่า "MULTI
MAX". |
1979
(พ.ศ.2522)
วางขายซิงเกิ้ลแรก ชื่อว่า "HITORISAKI" |
|

คุณรู้จัก
Chage & Aska รึยัง
พวกเขาเป็นศิลปินดูโอที่จะต้องอยู่ในประวัติศาสตร์ของวงการเพลงญี่ปุ่นเลยทีเดียว
เพลงของพวกเขามีเสน่ห์และมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง เพลงของพวกเขายังมีการนำไปดัดแปลงจากนักร้องชาวเอเชียหลายคน
และได้ถูกดัดแปลงเป็นภาษาต่าง ๆ มากมาย ประเทศในแถบเอเชียเกือบทั้งหมดต้องเคยได้ยินเพลงของพวกเขาในภาษาของแต่ละประเทศอย่างน้อยหนึ่งเพลงอย่างแน่นอน
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่สนใจเพลงญี่ปุ่น ก็น่าจะอ่านเรื่องราวของพวกเขาจนจบ
แล้วคุณจะทึ่ง!! เพราะศิลปินน้อยคนนักที่จะทำได้เช่นเดียวกับพวกเขา
Chage
& Aska นั้นมีผลงานเพลงมากมายตั้งแต่ประมาณ ปี คศ.1979
หรือ ปี พศ.2522 (บางคนอาจจะยังไม่เกิด) พวกเขาจึงมีทั้งซิงเกิ้ลและอัลบั้มมากมายร่วมร้อย
และทุกเพลงของพวกเขาพูดได้เลยว่า ยอดเยี่ยม!! แต่แอนจังอยากจะแนะนำอัลบั้มบางอัลบั้มที่น่าจะมีไว้
ดังนี้
1.
Very Best Roll Over 20th - อัลบั้มรวมฮิตของ Chage &
Aska's มีตั้งแต่เพลงเก่า จนถึงเพลงใหม่ของพวกเขา
2. One Voice - Songs of Chage & Aska - อัลบั้มสำคัญ
"ONCE VOICE" มีนักร้องระดับโลกอย่าง Chaka
Khan, Maxi Priest และ Richard Marx ร้องเพลงดังของ Chage
& Aska เพลงส่วนใหญ่เป็นเพลงภาษาอังกฤษ
3. No Doubt - นี่เป็นอัลบั้มที่หลาย ๆ คนในโลกชอบและต้องรู้จักเป็นส่วนใหญ่
คุณก็น่าจะลองหาฟังสักครั้ง
4. Unplugged - อัลบั้ม Unplugged ชื่อ "MTV Unplugged"
ที่พวกเขาโชว์เพลงในรายการ MTV ยุโรป และออกอากาศกว่า
50 ประเทศ
5. Aska Best Selection 1988-1998 - อัลบั้มที่บรรจุเพลงที่ดีที่สุดของ
Aska ทั้งหมด อัลบั้มนี้ควรมีไว้ในครอบครองอย่างที่สุด
About
CHAGE
|
ชื่อจริง
|
|
|
เกิดเมื่อ
|
6
January 1958
|
| กรุ๊ปเลือด |
B
|
|
บ้านเกิด
|
Kokura-ku,
Kitakyushu-city, Fukuoka, JAPAN
|
| พี่น้อง |
มีพี่ชายหนึ่งคน |
Chage
หรือ Shuji Shibata เกิดในเมือง เขาเข้าเรียนในโรงเรียนประถม
Nishi-Kokura จนกระทั่งถึงชั้น ป.5 Chage จึงได้ย้ายโรงเรียนไปเรียนที่โรงเรียนในเมือง
Fukuoka ตามคุณพ่อและครอบครัวเพื่อไปเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นที่
Fukuoka ครอบครัวของเขาได้เริ่มกิจการร้านอาหารญี่ปุ่นของตัวเองที่นั่นตั้งแต่นั้นมา
.
เมื่อเขาเข้าเรียนในระดับมัธยมต้นที่โรงเรียน Tsukushigaoka
เขาได้เข้าร่วมอยู่ในชมรมฟุตบอล หลังจากนั้นก็เข้าเรียนในระดับมัธยมปลายที่โรงเรียน
Fukuoka Dai-ichi senior high school ที่นี่เขาก็เริ่มสนใจเรื่องของรถมอเตอร์ไซต์และกีต้าร์
เขาได้และเพื่อนอีกสามคนได้ก่อตั้งวงดนตรีขึ้นที่นี่
เมื่อเรียนจบไฮสคูลเขาได้เข้าเรียนที่มหาวิยาลัย
Fukuoka Dai-ichi Economic University เขาก็ยังคงเล่นเข้าร่วมเล่นดนตรีในชมรมดนตรีของมหาวิทยาลัย
เขาได้ส่งเสียตัวเองเรียนในมหาวิทยาลัย เนื่องจากคุณพ่อของเขาไม่เห็นด้วยกับการเข้าเรียนมหาวิทยาลัยของเขา
เพราะพ่อของเขาต้องการให้เขาเป็นผู้สืบทอดกิจการร้านอาหารมากกว่า
About
ASKA (Ryo Aska)
|
ชื่อจริง
|
|
|
เกิดเมื่อ
|
24
February 1958
|
| กรุ๊ปเลือด |
A |
|
บ้านเกิด
|
Fukuoka-city,
Fukuoka, JAPAN
|
| พี่น้อง |
มีน้องสาวหนึ่งคน |
Aska
หรือ Ryo Aska มีชื่อจริงว่า Shigeaki Miyazaki เกิดที่เมือง
Fukuoka แต่ต้องย้ายไปอยู่ที่ Onojo เมื่อเขาอายุ 5 ปี เขามีโรคประตัวคือ
โรคหืดหอบ และค่อนข้างเป็นเด็กอ่อนแอ ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง
พ่อของเขาจึงฝึกให้เขาเล่น เคนโด Aska จึงเริ่มฝึกเคนโด้
มาตั้งแต่อายุ 5 ขวบ และจบชั้น ป.6 ที่โรงเรียน Ono-kita
ทุกครั้งที่เขาไปแข่งเคนโด ในเมือง Fukuoka เขาได้ย้ายโรงเรียนอีกครั้งเพราะว่าพ่อของเขาต้องย้ายไปทำงานที่เมือง
Sapporo ใน Hokkaido เขาได้เข้าเรียนมัธยมต้นที่โรงเรียน
Chitose และ มัธยมปลายในโรงเรียน Dai-ichi ใน Sapporo และใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเล่นเคนโด
เขาเรียนที่ Sapporo ถึงชั้น ม.4 ก็ต้องย้ายกลับไปที่เมือง
Fukuoka และเข้าเรียนต่อชั้น ม.5 ที่โรงเรียน Fukuoka Dai-ichi
(โรงเรียนเดียวกับ Chage) และเขาได้เริ่มเล่นดนตรีที่นี่
และได้ก่อตั้งวงดนตรีขึ้น และก็เข้าเรียนในมหาวิทยาลัย Fukuoka
Dai-ichi Economic University และก็ยังเล่นดนตรีของมหาวิทยาลัย
เมื่อเขาเป็นหนุ่มเขาก็ได้เข้าร่วมประกวดดนตรีในรายการ Pop-con
(YAMAHA popular song contest เป็นการประกวดที่นิยมมากในสมัยนั้นเพื่อเฟ้นหานักร้องและนักแต่งเพลงเข้าวงการ
และมีวัยรุ่นที่ต้องการเป็นนักร้องมาประกวดมากมาย) โดยใช้เพลงที่แต่งขึ้นเองชื่อเพลง
"Seishun no tobira" แต่ในครั้งนี้เขาไม่ชนะการประกวด
About
CHAGE & ASKA
CHAGE
เข้าร่วมในชมรมดนตรีเพลงความสนุก แต่สำหรับ ASKA เขาต้องการที่จะก้าวหน้าในวงการเพลง
เมื่อพวกเขาเรียนในมหาวิทยาลัย ปี 3 ASKA ได้ชักชวน CHAGE
เข้าประกวดในการประกวดร้องเพลง Pop-con CHAGE ไม่มีความหวังในการเรียนจนจบมหาวิทยาลัย
และกำลังครุ่นคิดถึงอนาคตของตนเองว่าจะไปทางไหนจึงตัดสินใจเข้าประกวดกับ
Aska โดยต่างคนต่างเตรียมเพลงของตนเองเพื่อเข้าประกวด
ในปี 1978 เป็นการประกวด Pop-con ครั้งที่ 15 CHAGE เข้าประกวดในเพลง
"Natsuwa sugite" และ ASKA ประกวดในเพลง "Shiawasewa
karusugite" แต่แล้ว CHAGE ชนะรางวัลใหญ่ (Grand Prize
Winner) และ ASKA ชนะรางวัลนักร้องยอดเยี่ยมประจำจังหวัด
Fukuoka แต่มีเพียงผู้ชนะรางวัล Grand Prize Winner เท่านั้นที่จะได้เข้าร่วมประกวดใหญ่ในจังหวัด
Kyushu แต่ผู้อำนวยการจัดการประกวดได้ชักชวนให้ทั้งสองคนเข้าร่วมประกวดอีกครั้งในปีหน้าโดยให้พวกเขาเข้าประกวดในปีหน้าด้วยกัน
นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของนักร้องคู่ดูโอ CHAGE & ASKA
หลังจากการประกวด Pop-con ครั้งที่ 15 พวกเขาเริ่มเตรียมการสำหรับ
การประกวด Pop-con ครั้งที่ 16 และแล้วเพลง "Rurenjohka"
ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น พวกเขาได้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายในการประกวด
Pop-con ครั้งที่ 16 เพลงของพวกเขาได้ถูกทาบทามให้ออกซิงเกิ้ลแรก
แต่พวกเขาปฎิเสธการชักชวน เพราะพวกเขามีจุดมุ่งหมายที่จะชนะการประกวด
Pop-con ก่อน
CHAGE & ASKA ได้จัดคอนเสิร์ตของตนเองที่ Fukuoka Kinrou
Kaikan ในเดือนมีนาคม ปี 1979 สถานที่จัดจุคนได้ทั้งหมด
800 ที่นั่ง ผู้ร่วมในการจัดคอนเสิร์ตครั้งนั้นไม่เชื่อว่าจะมีคนเข้ามาดูมากมายนัก
เพราะทั้งสองคนยังไม่เป็นที่รู้จัก แต่ในครั้งนั้นมีคนเข้าชมมากกว่า
1,000 คน! พวกเขาสัญญาว่าจะต้องคว้ารางวัล grand prize ในการประกวด
Pop-con ครั้งต่อไปให้ได้!!!
เมื่อถึงการประกวดครั้งที่ 17 พวกเขาชนะใน Fukuoka และ Kyushu
และในการแข่งขันรอบสุดท้ายที่มีขึ้นในวันที่ 5 พฤษภาคม ปี1979
พวกเขาใช้เพลง "Hitorizaki" วันนั้นพวกเขาแสดงได้สมบูรณ์แบบที่สุด
จนคว้ารางวัล grand prize สำเร็จ!!! และวงดูโอ CHAGE &
ASKA ก็เริ่มต้นขึ้น
|